การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
EXPRESSWAY AUTHORITY OF THAILAND

โครงการศึกษาความเหมาะสมทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา

1469
09 กุมภาพันธ์ 2558

 

๑. ความเป็นมาของโครงการ

         เนื่องจากพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีท่าเรือแหลมฉบังเป็นประตูการนำเข้าและส่งออกสินค้าหลักของประเทศด้วยสัดส่วนถึงร้อยละ ๕๔ ของปริมาณการนำเข้าและส่งออกทั้งประเทศ รวมไปถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีอัตราความเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) และทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี) อันเป็นเส้นทางหลักที่ใช้ในการเดินทางขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพมหานครและพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกต้องประสบปัญหาสภาพการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่น มีรถบรรทุกขนส่งสินค้าขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มปริมาณการจราจรในอัตราที่ค่อนข้างสูงขึ้นในอนาคต
 
         การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษเพื่อรองรับความต้องการเดินทางและขนส่งสินค้าดังกล่าว จึงได้วางแผนการดำเนินงานในระยะเร่งด่วน เพื่อต่อขยายโครงข่ายทางพิเศษบูรพาวิถีไปยังนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งชายหาดบางแสนและเมืองพัทยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยกระทรวงคมนาคมได้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ในระหว่างการตรวจเยี่ยมพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมต่อท่าเรือแหลมฉบัง ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทุกรูปแบบ ได้แก่ การขนส่งทางราง การขนส่งทางถนน โครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี–พัทยา เป็นโครงการหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกในอนาคต
 
         เพื่อให้บรรลุตามกรอบนโยบายและแผนการพัฒนาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ กทพ. จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด และบริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา พร้อมทั้งจัดให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร และมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อโครงการ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในด้านการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน คุ้มค่ากับการลงทุน ประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้รับความสะดวก ปลอดภัยและเป็นโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหา หรือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชนท้องถิ่น หรือเกิดผลกระทบในระดับที่ยอมรับได้
 
๒. วัตถุประสงค์ของโครงการ
 
งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี–พัทยา มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ ดังนี้
 
๑) ศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงินของโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี–พัทยา
 
๒) สำรวจและออกแบบเบื้องต้น (Preliminary Design) ของโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี–พัทยา
 
๓) ศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี–พัทยาโดยให้มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม  รวมทั้งเสนอมาตรการลดผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายละเอียดที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กำหนด
 
๔) จัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยาตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในกรณีผลการศึกษาเสนอให้รูปแบบการลงทุนและบริหารโครงการเป็นรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน
 
๕) จัดทำการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding)  ของโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา
 
๓. วัตถุประสงค์ของการประชุม
 
๑) เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา
 
๒) เพื่อนำเสนอผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการในการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกรณีมีการพัฒนาโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา
 
๓) เพื่อรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากประชาชนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อประเด็นผลการศึกษาทั้งทางด้านวิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการในการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
 
๔. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
 
๑) หน่วยงานราชการ/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ผู้นำชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารโครงการที่ถูกต้อง และนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบต่อไป
 
๒) ที่ปรึกษาได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นปัญหาสำคัญที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ ข้อวิตกกังวล ข้อห่วงใย ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวสายทางที่เหมาะสมของโครงการ รวมทั้งมาตรการในการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบ
 
๕. ระยะเวลาการศึกษา
 
การศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี–พัทยา มีระยะเวลาเริ่มตั้งแต่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ ถึง ๙ มีนาคม ๒๕๕๘
 
๖. พื้นที่ศึกษาของโครงการ 
 
         พื้นที่ศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของโครงการ ทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา โดยแนวสายทางเริ่มต้นตั้งแต่จุดเชื่อมต่อจากทางพิเศษบูรพาวิถีบริเวณเทศบาลตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี จะผ่านเขตการปกครองพื้นที่ของ ๓ อำเภอ ๑๕ ตำบล  ๙ เทศบาล และ ๒ องค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดชลบุรี  ได้แก่ เทศบาลตำบลคลองตำหรุ เทศบาลตำบลหนองไม้แดง เทศบาลตำบลนาป่า เทศบาลเมืองบ้านสวน องค์การบริหารส่วนตำบลหนองข้างคอก อำเภอเมืองชลบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย เทศบาลตำบลหนองปลาไหล และเทศบาลเมืองหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
 
๗. สรุปผลการศึกษาด้านวิศวกรรม
 
๗.๑ แนวสายทาง
 
         โครงการมีจุดเริ่มต้นต่อจากทางพิเศษบูรพาวิถี บริเวณเทศบาลตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ยกระดับไปตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) จนถึงทางเลี่ยงเมืองชลบุรี หลังจากนั้นแนวสายทางจะยกระดับไปตามแนวเกาะกลางของทางเลี่ยงเมืองชลบุรีไปจนถึงทางแยกต่างระดับข้ามทางรถไฟที่ กม. ๑๕ และยกระดับขนานไปในแนวด้านซ้ายของทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ - ชลบุรี) โดยมีระยะห่างจากทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ประมาณ ๑๐๐-๕๐๐ เมตร ผ่านตำบลหนองข้างคอก ตำบลบางพระและตำบลสุรศักดิ์ จนกระทั่งผ่านทางเข้าสวนเสือศรีราชา แนวสายทางจะเบี่ยงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ข้ามทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี) บริเวณแยกหนองยายบู่ เพื่อไปใช้แนวด้านขวาของทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี) และตัดผ่านเส้นทางเชื่อมกับท่าเรือแหลมฉบังแนวสายทางช่วงต่อไปจากนี้จะอยู่ระหว่างทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ - ชลบุรี) กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๖ และไปบรรจบทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ขาลงที่จะเข้าสู่เมืองพัทยา รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ ๖๘.๐ กิโลเมตร
 
๗.๒ ทางขึ้น - ลงทางพิเศษ
 
ในการออกแบบทางขึ้น-ลงทางพิเศษ จะทำการศึกษาและออกแบบโดยหลีกเลี่ยงให้เกิดผลกระทบด้านต่างๆให้น้อยที่สุด ซึ่งบริเวณทางขึ้น-ลงจะออกแบบเป็นทางขนาด ๒ ช่องจราจร โดยมีรายละเอียด แสดงดังตารางที่ ๗-๑
 
ตารางที่ ๗-๑ ตำแหน่งทางขึ้น-ลง ของโครงการ
 
 ตารางที่ ๗-๑ ตำแหน่งทางขึ้น-ลง ของโครงการ
 
ตารางหมายเหตุ :  กม. ของตำแหน่งทางขึ้น-ลงของโครงการที่ระบุในตาราง เป็น กม. ของจุดตัดระหว่างทางพิเศษกับทางที่เข้ามาเชื่อมต่อ
 
รูปที่ ๖-๑ พื้นที่ศึกษาและแนวสายทางโครงการ
 
รูปที่ ๖-๑ พื้นที่ศึกษาและแนวสายทางโครงการ
 
๗.๓ รูปแบบของโครงการ
 
         โครงสร้างทางพิเศษเป็นโครงสร้างทางยกระดับขนาด ๖ ช่องจราจร ทิศทางละ ๓ ช่องจราจร โครงสร้างส่วนบนเป็นคานคอนกรีตรูปตัวไอ (I Girder) มีระดับความสูงประมาณ ๘-๑๘ เมตร จากระดับดิน ช่วงสะพานยาว ๓๕ เมตร เป็นแบบช่วงต่อเนื่อง ๓ ช่วง คานคอนกรีตรูปตัวไอจะถูกวางห่างกันเป็นช่วงๆ ตามแนวความกว้างของสะพาน  โดยมีการเทคอนกรีตทับหน้าเพื่อให้คานคอนกรีตอัดแรงทั้งชุดทำงานเป็นระบบเดียวกัน แสดงใน รูปที่ ๗-๑
 
         โครงสร้างส่วนล่างสำหรับรองรับคานรูปตัวไอนั้น ในพื้นที่จำกัดมักจะออกแบบให้วางอยู่บนเสาเดี่ยว หรือออกแบบเป็นชุดเสาวางในระนาบเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความกว้างของผิวจราจรและพื้นที่ว่างด้านล่างสำหรับก่อสร้างฐานรากด้วย
 
รูปที่ ๗-๑ทางยกระดับแบบคานรูปตัวไอ (I Girder)
 
รูปที่ ๗-๑ทางยกระดับแบบคานรูปตัวไอ (I Girder)
 
๘. ปริมาณจราจร
 
จากการศึกษาพบว่าในปีเปิด (ปีพ.ศ. ๒๕๖๖) คาดว่าจะมีปริมาณจราจรมาใช้โครงการประมาณ ๓๙,๑๖๓ คัน/วัน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในปีพ.ศ. ๒๕๙๔ จะมีปริมาณจราจรประมาณ ๑๕๘,๔๔๔ คัน/วัน
 
๙. ระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง
 
         รูปแบบระบบเก็บค่าผ่านทางของโครงการเป็นระบบปิด โดยผู้ใช้เส้นทางจะต้องรับบัตรที่ด่านขาเข้าและชำระค่าผ่านทางที่ด่านขาออก ค่าผ่านทางจะคิดตามระยะทางที่ใช้เส้นทางระหว่างจุดเข้าและจุดออก โดยใช้อัตราที่คิดตามระยะทาง ซึ่งอัตราต่อระยะทางที่กำหนดนี้จะแบ่งตามประเภทของรถทำให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการเป็นอย่างยิ่ง ระบบปิดส่วนใหญ่จะเหมาะสมกับทางพิเศษระหว่างเมืองที่มีระยะทางยาวหรือเส้นทางเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย ซึ่งโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี–พัทยาจะมีการเชื่อมต่อเข้ากับทางพิเศษบูรพาวิถี จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องเสียเวลาในการชำระเงินค่าผ่านทาง ณ จุดเชื่อมต่อโครงข่าย
 
         ทั้งนี้ในการเก็บค่าผ่านทาง จะคิดว่าระบบเก็บค่าผ่านทางของโครงการทางพิเศษบูรพาวิถี และโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยาเป็นระบบเดียวกัน โดยมีอัตราการเก็บค่าผ่านทาง ณ ปีที่เปิดโครงการ ดังนี้
  • รถยนต์ ๔ ล้อ คิดอัตรา ๑.๘ บาท ต่อกิโลเมตร 
  • รถยนต์ ๖-๑๐ ล้อ คิดอัตรา ๓.๖ บาท ต่อกิโลเมตร 
  • รถยนต์มากกว่า ๑๐ ล้อ คิดอัตรา ๕.๔ บาท ต่อกิโลเมตร
๑๐. การออกแบบระบบของศูนย์ควบคุมความปลอดภัยด้านการจราจรของโครงการ
 
         การออกแบบให้มีสิ่งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้ใช้ทางได้เกิดความสะดวก ความคล่องตัวในการขับขี่และลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การให้บริการที่รวดเร็วและมีคุณภาพ รวมถึงมีระบบป้องกันภัย ระบบกู้ภัยและจัดการจราจรฉุกเฉิน พร้อมระบบสื่อสารที่ดีและทันสมัย รวมถึงการออกแบบระบบควบคุมในอาคารด่านเก็บค่าผ่านทาง  รวมถึงระบบภายในศูนย์ควบคุมซึ่งประกอบด้วย
 
  • ระบบโทรศัพท์ IP-Phone
  • ระบบสัญญาณแจ้งเตือนเพลิงไหม้ในอาคาร (Fire Alarm System)
  • ระบบนาฬิกา (Clock System)
  • ระบบบันทึกภาพเพื่อตรวจการณ์ ตรวจติดตามและความปลอดภัย (Video Surveillance And Security System)
  • ระบบป้ายแจ้งข้อความแบบเปลี่ยนข้อความได้ (Variable Message Sign : VMS)
  • ระบบป้ายแสดงเครื่องหมาย (Matrix Sing System : MS)
  • ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Closed Circuit Television System : CCTV)
  • ระบบตรวจนับจำนวนยานพาหนะและความเร็ว (Image Processing Detector : IPD)
  • ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูล (Network Communication System)
  • ระบบแสดงแผนที่ภาพ  (Graphic Display System)
  • ระบบด่านชั่งน้ำหนักรถ
  • ระบบกู้ภัยและจัดการจราจรฉุกเฉิน (Rescue and Emergency Operation System)
๑๑. การประมาณราคาค่าลงทุน
 
         ประกอบด้วย ค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน จำนวน ๖๐,๙๕๘ ล้านบาท ค่าออกแบบรายละเอียดจำนวน ๒๐๐ ล้านบาท และค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน ๘,๒๖๕ ล้านบาท รวมเป็น ๖๙,๔๒๓ ล้านบาท
 
๑๒. แผนการดำเนินโครงการ
  • ศึกษาความเหมาะสมฯ กรกฎาคม ๒๕๕๖ - มีนาคม ๒๕๕๘
  • ขออนุมัติ EIA เมษายน ๒๕๕๘ - มีนาคม ๒๕๕๙
  • ออกแบบรายละเอียด มกราคม ๒๕๕๙ - ธันวาคม ๒๕๖๐
  • ขออนุมัติดำเนินโครงการ มกราคม ๒๕๖๐ - เมษายน ๒๕๖๐
  • ออก พ.ร.ฎ. จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน พฤษภาคม ๒๕๖๐ - ธันวาคม ๒๕๖๐
  • จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน มกราคม ๒๕๖๑ - ธันวาคม ๒๕๖๒
  • ก่อสร้าง มกราคม ๒๕๖๒ – ธันวาคม ๒๕๖๕
  • เปิดให้บริการ มกราคม ๒๕๖๖
๑๓. ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ
 
         โครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี - พัทยา สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ยานพาหนะให้แก่ผู้สัญจรได้ถึง ๑๗๐ ล้านบาทต่อปี ประหยัดเวลาในการเดินทางเมื่อคิดเป็นจำนวนเงินประมาณ ๓,๕๐๐ ล้านบาทต่อปี และประหยัดมูลค่าความสูญเสียทางอุบัติเหตุได้ ๕๙ ล้านบาทต่อปี ซึ่งเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับค่าลงทุนของโครงการและวิเคราะห์ความเหมาะสมทางเศรษฐกิจพบว่า โครงการมีค่าอัตราผลตอบแทนภายในเท่ากับ๑๓.๔๙% ซึ่งถือว่ามีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เหมาะสมต่อการดำเนินโครงการ
 
๑๔. การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
 
         ได้ดำเนินการศึกษาครอบคลุมทั้ง ๔ ปัจจัยหลักคือ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าคุณภาพชีวิต โดยครอบคลุมพื้นที่ศึกษาข้างละ ๕๐๐ เมตร ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ มีประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ คุณภาพอากาศ เสียง ความสั่นสะเทือน คุณภาพน้ำผิวดินและนิเวศวิทยาทางน้ำ การควบคุมน้ำท่วมและระบบระบายน้ำ คมนาคมขนส่งและการจราจร เศรษฐกิจ-สังคมและการโยกย้ายและการทดแทนทรัพย์สิน ทั้งนี้ได้กำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไขและลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมประเด็นดังกล่าวตาม ตารางที่ ๑๔-๑ ดังนี้
 
ตารางที่ ๑๔-๑ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ
 
ตารางที่ ๑๔-๑ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ
ตารางที่ ๑๔-๑ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ
ตารางที่ ๑๔-๑ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการตารางที่ ๑๔-๑ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการตารางที่ ๑๔-๑ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการตารางที่ ๑๔-๑ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการตารางที่ ๑๔-๑ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ
ตารางที่ ๑๔-๑ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ
ตารางที่ ๑๔-๑ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ
 
 
๑๕. งานเผยแพร่ข้อมูลของโครงการและการมีส่วนร่วมของประชาชน
 
การดำเนินงานเผยแพร่ข้อมูลของโครงการ และการมีส่วนร่วมของประชาชนประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ๒ กิจกรรม ดังนี้
 
๑๕.๑ งานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลของโครงการ
 
ในการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลของโครงการแก่ประชาชน ประกอบด้วย
 
๑) จัดทำเอกสารประกอบการประชุมเพื่อใช้ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
๒) จัดทำแผ่นพับ เพื่อใช้ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและแจกจ่ายประชาชนผู้สนใจโครงการ
๓) ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อท้องถิ่นได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน เสียงตามสายในชุมชน/หมู่บ้าน เว็บไซต์ www.buraphavithi–pattaya.com เป็นต้น
๔) ติดประกาศประชาสัมพันธ์โครงการที่จังหวัด อำเภอ และในชุมชนท้องถิ่น
๕) จัดทำบอร์ดนิทรรศการเพื่อใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโครงการแก่ประชาชนและใช้ในกิจกรรมการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
๖) จัดทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลโครงการ และกิจกรรมด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
 
 ๑๕.๒ งานการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
 
การมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับรู้ และเข้าใจโครงการและให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะต่อโครงการประกอบด้วย ๖ กิจกรรมหลัก ได้แก่
 
๑) การพบปะหารือและรับฟังความคิดเห็นผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่โครงการ
 
         มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการ เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ศึกษาของโครงการ  รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของชุมชนกรณีมีการพัฒนาโครงการ และเพื่อชี้แจงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการแก่ผู้นำชุมชน ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นและผู้บริหารส่วนราชการในพื้นที่ศึกษา ประกอบด้วย
  • วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมีตัวแทนจากหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมการประชุม จำนวน ๒๑ คน
  • วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๐.๓๐ น. ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมีนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมและมีผู้แทนจากส่วนราชการระดับจังหวัด เข้าร่วมการประชุม จำนวน ๑๑ คน
  • วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๑.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลห้วยกะปิ โดยมีนายอัมรินทร์ ตั้งประกอบ นายกเทศมนตรีห้วยกะปิ เป็นประธานการประชุม และมีตัวแทนจากสมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำชุมชน และประธานชุมชน มีผู้เข้าร่วมการประชุม จำนวน ๑๖ ท่าน
  • วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมศาลากลางชั้น 3 จังหวัดชลบุรี โดยมีนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุม มีผู้เข้าร่วมประชุม ประมาณ ๒๐๐ คน
  • วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ.สวนสาธารณะชายทะเล เทศบาลตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมประมาณ ๔๐๐ คน
  • วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง สมาชิกสภาเทศบาล ประธานชุมชน และหัวหน้าส่วนราชการจากเทศบาล มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ ๕๐ ท่าน
  • วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗  เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องอันดามัน โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ท บางแสน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดชลบุรีเป็นประธานการประชุม และตัวแทนจากหน่วยงานราชการและเอกชน เช่น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจังหวัด การท่าเรือแหลมฉบัง และนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เป็นต้น มีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ จำนวน ๒๗ คน
  • วันที่ ๙-๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๗ และ ๑๖-๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ พบปะหารือกับผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ณ ที่ทำการของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ในพื้นที่ศึกษาจำนวน ๑๒ ตำบล ๓ อำเภอ ได้แก่ เทศบาลตำบลคลองตำหรุ เทศบาลตำบลหนองไม้แดง เทศบาลตำบลนาป่า เทศบาลเมืองบ้านสวน องค์การบริหารส่วนตำบลหนองข้างคอก อำเภอเมืองชลบุรี  เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา เทศบาลนครแหลมฉบัง เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยเทศบาลตำบลหนองปลาไหล และเทศบาลเมืองหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
  • วันพุธที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗  เวลา ๑๔.๓๕ - ๑๖.๐๐ น. พบปะหารือ รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี (นายพงศ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์) และหัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชลบุรี ณ ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี
  • วันอังคารที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗  เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๐.๓๐ น.  พบปะหารือกับนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล ณ ห้องประชุมพรรคพลังชล จังหวัดชลบุรี
  • วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๗  เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๐.๓๐ น. พบหัวหน้าสำนักงานจังหวัดชลบุรี (ดร.ประธาน สุรกิจบวร) ณ สำนักงานจังหวัดชลบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
๒) การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๑
 
         ในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมแปซิฟิคเดอะไทด์ รีสอร์ท       บางแสน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมการประชุมจำนวน ๑๑๘ คน เป็นตัวแทนจากหน่วยงานราชการในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน ประชาชนที่อยู่อาศัยและผู้ประกอบการในพื้นที่โครงการสถานศึกษา ศาสนาสถาน ในรัศมี ๕๐๐ เมตรจากกึ่งกลางแนวสายทางโครงการ และประชาชนทั่วไปที่สนใจโครงการ
 
๓) การประชุมกลุ่มย่อย ช่วงที่ ๑
 
         ดำเนินการในระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๐  พฤศจิกายน ๒๕๕๖ แบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ ๑ ณ ห้องประชุมของเทศบาลตำบลบางทราย  กลุ่มที่ ๒ ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองชลบุรี กลุ่มที่ ๓ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลบางพระ และกลุ่มที่ ๔ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอบางละมุง มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง ๔ กลุ่ม รวมทั้งสิ้น ๑๙๖ คน เป็นตัวแทนจากอำเภอ ตำบล เทศบาล และชุมชน
 
๔) การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๒
 
         จัดขึ้นในวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องราวินทรา A โรงแรมราวินทรา บีช รีสอร์ทแอนด์สปา ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมการประชุมรวมทั้งสิ้น ๔๖๙ คน เป็นตัวแทนจากหน่วยงานราชการในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน ประชาชนและผู้ประกอบการ สถานศึกษา ศาสนาสถาน ในรัศมี ๕๐๐ เมตรจากกึ่งกลางแนวสายทางโครงการ และประชาชนทั่วไปที่สนใจโครงการ
 
๕) การประชุมกลุ่มย่อย ช่วงที่ ๒
 
         ดำเนินการในระหว่างวันที่ ๒๓ - ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ และ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ รวม ๖ วัน ใน ๙ กลุ่ม ๑๘ พื้นที่ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้นำชุมชน/ประธานชุมชน/สมาชิกสภาเทศบาล/อบต. และประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาล/อบต. ได้แก่ เทศบาลตำบลหนองไม้แดง เทศบาลตำบลนาป่า เทศบาลเมืองบ้านสวน องค์การบริหารส่วนตำบลหนองข้างคอก องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย เทศบาลตำบลหนองปลาไหล เทศบาลนครแหลมฉบัง และเทศบาลเมืองหนองปรือ
 
๖) การประชุมกลุ่มย่อย ช่วงที่ ๓
 
         ดำเนินการในระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ รวม ๔ วัน ๙ เทศบาล ๒ องค์การบริหารส่วนตำบล กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้นำชุมชน/ประธานชุมชน/สมาชิกสภาเทศบาล/อบต. และประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาล/อบต. ได้แก่ เทศบาลตำบลหนองไม้แดง เทศบาลตำบลนาป่า เทศบาลเมืองบ้านสวน องค์การบริหารส่วนตำบลหนองข้างคอก องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เทศบาลนครแหลมฉบัง เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย เทศบาลตำบลหนองปลาไหล และเทศบาลเมืองหนองปรือ
 
๗) การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๓
 
         งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงินและผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา วันอังคารที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๐๐ น. ณ ห้องบางกอก ชั้น ๑๒ โรงแรมเดอะซิตี้ ศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในการประชุมดังกล่าวประชาชนที่เข้าร่วมประชุมได้แสดงการคัดค้านโครงการ และไม่เห็นด้วยกับการศึกษาโครงการและไม่ให้ที่ปรึกษานำเสนอผลการศึกษาโครงการ โดยประชาชนที่คัดค้านได้เสนอแนะว่าให้ที่ปรึกษาพิจารณาแนวสายทางไปตามทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๗ แทนแนวสายทางที่ได้นำเสนอ
 
๘) การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๔
 
         งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงินและผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๐๐ น. ณ ศาลาประชาคมแหลมฉบัง ถนนแหลมฉบังสาย ๓ ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
 
๑๖. การรับฟังความคิดเห็นภายหลังการจัดประชุม
 
         ที่ปรึกษาจะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการภายหลังจากการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๔ เสร็จสิ้นลงและต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการศึกษาโครงการเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสาธารณชนแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะโดยผ่านทางช่องทางต่างๆ ได้แก่ โทรศัพท์ ๐๒-๕๒๒-๗๓๖๙ ต่อ ๑๔๖ และ ๑๔๓ โทรสาร ๐๒-๕๒๒-๗๓๖๘ e–mail address : enrich.pp@gmail.com เว็บไซต์โครงการ www. buraphavithi-pattaya.com และทางไปรษณีย์ที่ บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด เลขที่ ๔๓/๘๓๓-๔ หมู่ที่ ๓ ซอยอัมรินทร์นิเวศน์ ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๒๐
 
๑๗. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
 
         ทางโครงการได้เปิดช่องทางในการติดต่อรับข้อเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมตลอดระยะเวลาการศึกษาโครงการ โดยสามารถติดต่อผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
  • www.buraphavithi–pattaya.com และ  www.exat.co.th
  • บริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมบริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด เลขที่ ๑/๘๑๔ ซอย ๖๐ (กม.๒๖) ถนนพหลโยธิน ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี  ๑๒๑๓๐ โทรศัพท์ ๐๒-๕๓๒-๓๖๒๓  โทรสาร ๐๒-๕๓๒-๓๕๖๖ นายวิชัย พรสิริพงษ์
  • บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด เลขที่ ๙๐/๑๘-๙๐/๒๐ อาคารสาธรธานี ชั้น ๙ ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ๑๐๕๐๐ โทรศัพท์ ๐๒-๖๓๖-๗๕๑๐ ต่อ ๓๐๔  โทรสาร ๐๒-๒๓๖-๖๐๘๗ นายสมชาย  จารุเกษมรัตนะ
  • บริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชนบริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด เลขที่ ๔๓/๘๓๓-๔  หมู่ที่ ๓ ซอยอัมรินทร์นิเวศน์ ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๒๐ โทรศัพท์ ๐๒-๕๒๒-๗๓๖๕ ต่อ ๑๔๖, ๑๔๓ และ ๑๔๔ โทรสาร ๐๒-๕๒๒-๗๓๖๘ นายสุธี เทพนำโสมนัสส์ นางสาวธิดาวรรณ งวดชัย และนายประสิทธิ์ รวมพิมาย
เอกสารประกอบการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๑
   (๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖)

 
คลิกดาวน์โหลด
กำหนดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๑
   (๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖)

 
คลิกดาวน์โหลด
เอกสารประกอบการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๒
   ( ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๗)

 
คลิกดาวน์โหลด
กำหนดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๒
   (๑๙ มีนาคม ๒๕๕๗)

 
คลิกดาวน์โหลด
เอกสารประกอบการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๓
   (๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗)

 
คลิกดาวน์โหลด
เอกสารประกอบการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๔
   (๒๕ มกราคม ๒๕๕๘)

 
คลิกดาวน์โหลด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สรุปการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการศึกษาความเหมาะสมทางพิเศษสายบูรพาวิถี-พัทยา
 
 
 
 
 
 
 


การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ยินดีให้บริการ

2380 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม

เขต จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทร : 02-558-9800 , 02-579-5380-9

โทรสาร : 02-561-2984 , 02-579-5205
 

ผู้ชมวันนี้ 1 , ผู้ชมเมื่อวานนี้ 2 , ผู้ชมรายเดือน 1363 , ผู้ชมทั้งหมด : 6813

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย